TTL ใช้บอกจำนวน Router หรือ Network ซึ่ง Traffic ทำการกระโดดข้าม ซึ่งจะต่างกันตามนี้ครับTTL 64 จะเป็น ระบบ Linux หรือ Router ขนาดเล็กๆTTL 128 เป็น OS พวก X86 เช่น Windows ต่างๆTTL 254 เป็น Router ขนาดกลาง และ ใหญ่ ครับค่า TTL จะลดลงตามจำนวน Router ที่มันผ่านครับเช่น คุณปิงจากบ้านไปยังจุดหมายปลายทาง ดูตัวอย่างข้างล่างนะครับ1. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องในวงแลนเดียวกัน ไม่มีการกระโดดผ่าน Router เนื่องจากเครื่องของคุณ และ ปลายทางเป็น OS X86 คุณจะได้ ค่า TTL = 128-0 = 1282. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องต่างวงแลนกัน มีการกระโดดผ่าน Router 2 ตัว เนื่องจากเครื่องของคุณ และ ปลายทางเป็น OS X86 คุณจะได้ ค่า TTL = 128-2 = 1263. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องในวงแลนเดียวกัน ไม่มีการกระโดดผ่าน Router เครื่องปลายทางเป็น Linux คุณจะได้ ค่า TTL = 64-0 = 644. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง เครื่องต่างวงแลนกัน มีการกระโดดผ่าน Router 1 ตัว เครื่องปลายทางเป็น Linux คุณจะได้ ค่า TTL = 64-1 = 635. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง Router ในวงแลนเดียวกัน คุณจะได้ ค่า TTL = 254-0 = 2546. คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง Router ของเพื่อนคุณซึ่งเป็น Router ขนาดเล็ก (Linux Embeded) มีการกระโดดผ่าน 6 Router จะได้ ค่า TTL = 64-6 = 587.คุณปิงจากเครื่องคุณไปยัง Router ของ ISP มีการกระโดดข้าม 4 ครั้ง คุณจะได้ ค่า TTL = 254-4 = 250แล้ว ก็ ถ้า ค่า TTL ต่ำจนถึง จำนวนหนึ่ง ระบบจะตัดสัญญาณทิ้งทั้งหมด ซึ่งจะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า TTL Error หรือ Request time out ครับเมื่อค่า TTL มากหมายถึงดีกว่าเพราะว่าสามารถส่งผ่าน HUP ได้มากกว่าคับ...ที่มา www.koratinter.net/board/